วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2550

JATUJAK MARKET

ตลาดนัดจตุจักร (Chatuchak Market) หรือที่เรียกกันว่า JJ Market แหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตสุดสัปดาห์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่นี่เป็นตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่รวบรวมสินค้ามากมายจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มีสินค้าหลากชนิดให้เลือกสรร แถมได้ของที่ถูกใจในราคาที่ย่อมเยาว์ สำหรับตลาดนัดจตุจักรมีจำนวนแผงค้าทั้งหมดมากกว่า 8,000 แผงค้า แบ่งเป็น 27 โครงการ มีสินค้า 8 ประเภท ได้แก่ ผักและผลไม้ เสื้อผ้า สัตว์เลี้ยง ต้นไม้ อาหารปรุง อาหารสำเร็จรูป อาหารสด และเบ็ดเตล็ด...

Chatuchak (or Jatujak; Thai: จตุจักร) weekend market in Bangkok is the largest market in Thailand, and largest of the world. Frequently called J.J., it covers over 35 acres (1.13 km²) and contains upwards of 15,000 stalls. It is estimated that the market receives between 200,000 and 300,000 visitors each day. Most stalls only open on Saturdays and Sundays.
The market offers a wide variety of products including household items, clothing, Thai handicrafts, religious artifacts, collectibles, foods, and live animals.


sorce : จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

1 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ใครชอบไป JJ ต้องอ่าน



เพื่อนๆ นักชิมนักช้อปทั้งหลาย คงจะรู้จักร้าน "โถพลู" ที่สวนจตุจักรกันดี เพราะเป็นร้านที่ขึ้นชื่อว่า

อาหารอร่อย ราคาก็พอไปไหว แถมยังเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ใครไปช้อปที่สวนฯ

ถ้าไม่ได้ลิ้มลองอาหารที่นี่ก็ถือว่าไปไม่ถึงสวนฯ ค่ะ เราเอง + เพื่อนๆ + ญาติๆ ก็ชื่นชอบในรสชาติ

อาหารร้านนี้เช่นกัน แต่ไม่นึกไม่ฝันเลยค่ะ ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเช่นนี้



วันนั้นเราไปกัน 3 คน คือ เรา แม่แฟน และเพื่อนของแม่แฟน อาหารที่พวกเราสั่งมีดังนี้ค่ะ * ทอดมัน

ปลากราย * ข้าวมันส้มตำ * ข้าวผัดสัปปะรด * ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ * น้ำดื่ม * น้ำมะพร้าว ประมาณ

ว่าหิวมากค่ะ เห็นอะไรน่าทานก็สั่งๆๆๆ วันนั้นเราได้โต๊ะด้านหน้าของครัวใหญ่ที่ไม่ใช่ห้องแอร์และอยู่

ระหว่างบริเวณที่ล้างจาน (ใครที่เคยไปร้านนี้คงทราบดีว่า ร้านโถพลูเค้าจะมีที่นั่งแบ่งเป็นหลายๆ ส่วน

และห้องครัว ก็จะมีหลายครัว ครัวผัด ครัวยำ ส่วนเตรียมเครื่องดื่ม อะไรแบบนี้)



อาหารจานแรกที่ยกมาคือ ทอดมันปลากราย จานเล็กๆ น่ารัก ประดับประดาด้วยดอกกล้วยไม้และผัก

แต่งจานสวยงาม ซึ่งก็มีทั้งแตงกวา กะหล่ำปลีซอย แครอท ประมาณนั้น ไม่แน่ใจนะคะ จำไม่ได้ว่าเป็น

ผักดองหรือเปล่า ส่วนทอดมันนั้น มีประมาณ 5 ชิ้น จัดเรียงสวยอยู่ในมันทอดที่ทำเป็นกรวยๆ หรือที่

รู้จักกันในชื่ออาหารว่า "รังนก" (ก็คงทราบกันดีว่าที่ โถพลู เค้าจะมีการจัดจานอาหารสวยงามน่ารับ

ประทานมาก) อาหารจานแรก หมดไปอย่างรวดเร็ว อร่อยมากๆ เลยค่ะ ขอบอก แม้แต่ผักแต่งจานก็

เกือบไม่เหลือ แล้วแม่แฟนเรายังแอบชิมเจ้ารังนกนั่นด้วย บอกว่าแข็งๆ ไปหน่อย สงสัยทิ้งไว้นาน แต่

พวกเราก็แอบคอมเพลนเล็กน้อยว่า แพงจัง จานนิดเดียวเอง ตั้ง 100 บาทแน่ะ แต่ก็อร่อยดีนะ



วันนั้นคนเยอะมาก อาหารค่อนข้างนาน พวกเราก็นั่งเม้าท์กันไปถึงเรื่องต่างๆ นั่งอีกสักครู่ใหญ่ๆ

อาหารแต่ละอย่างก็ทยอยมาเสิร์ฟ พวกเราก็ก้มหน้าก้มตาทาน ไม่คุยแล้ว จนอาหารหมด อิ่มกันได้ที่ ก็

ถึงตอนนั่งย่อย พูดคุยกันถึงรสชาติอาหาร บริการ ยังเอ่ยปากชมกันว่า อาหารอร่อย บริการก็ดี คนรับ

รายการยิ้มแย้ม คล่องแคล่ว แถมยังพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย ร้านก็คนเยอะแยะ ฝรั่งมากินกันเต็มไปหมด

น่าอิจฉาเจ้าของร้านจริงๆ เลย ประมาณนั้น ในขณะที่พนักงานก็เริ่มเข้ามาเก็บจานออกไป พวกเราก็

สอดส่ายสายตารอบๆ ร้านไปด้วย ชี้โบ้ชี้เบ้ ประกอบการสนทนา



นั่นเอง.......สิ่งที่พวกเราไม่คาดฝันว่าจะเห็นว่าจะเกิด ขอเล่าเป็นข้อๆ เลยนะคะ



เห็นกันจะๆ ต่อหน้าต่อตา แบบนี้จริงๆ ค่ะ



1. จานทอดมันฯ อันแสนโอชะของพวกเรา ถูกยกเข้าไปยังส่วนของการล้างจาน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่

ประจำอยู่หนึ่งคน เป็นผู้หญิงอายุประมาณ 30 ปลายๆ ภาพที่เราเห็นเผินๆ คือ เค้าคอยแยกอาหาร

แยกขยะ หรือกวาดเศษอาหารทิ้งจากจานก่อนล้าง แต่ดูไปดูมามันไม่ใช่ค่ะ พอสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ตรง

นั้นมันจะมี ตระกร้าแบบเหลี่ยม ทรงเตี้ย ใบเล็ก ใบใหญ่อยู่หลายใบทีเดียว แต่ละใบก็จะบรรจุสิ่งของ

ต่างๆ กัน ที่เห็นก็มีดังนี้ค่ะ * รังนกทอด * ผักแต่งจาน *กล้วยไม้ที่ใช้ประดับจาน

*หลอดน้ำดื่ม *ขยะรวม



จานทอดมันฯ ของพวกเราถูกยกไปวางแถวๆ นั้น พร้อมๆ กับจานอาหารแต่ละประเภท จากแต่ละโต๊ะ

ญ. คนดังกล่าวก็เริ่มทำการ "แยก" กล้วยไม้ไว้ในตะกร้ากล้วยไม้ รังนกทอด หยิบมาดูๆ เห็นว่าถูกหัก

เป็นชิ้นๆ แล้ว ทิ้งไปในขยะรวม ส่วนรังนกที่มาจากโต๊ะอื่นๆ ยังสภาพดีอยู่ รวมไว้ในตะกร้ารังนก

ด้วยกัน



2. ข้าวผัดสัปปะรด ลักษณะเวลาเสิร์ฟ คือ เป็นข้าวผัด ที่อยู่ในลูกสัปปะรดที่ถูกผ่าซีกในแนวนอน แล้ว

ถูกควักเนื้อออกหมดแล้วประดับขอบด้วยกล้วยไม้ บัดนี้ เมื่อทานหมด จับเข้าส่วนล้างจาน ถูกกระทำด้วย

ผู้หญิงคนเดิม กล้วยไม้ ถูกแยกไว้กับตะกร้ากล้วยไม้ กวาดเศษข้าวผัดที่เหลือๆ ออก นำสัปปะรดซีกนั้น

แกว่งๆ จุ่มๆ ในกะละมังที่มีน้ำอยู่ แล้วนำไปรวมกันไว้กับสัปปะรดซีกอื่นๆ ในตะกร้าสัปปะรด



ตอนนี้พวกเราเริ่มมองหน้ากันตาปริบๆ สงสัยกับการกระทำนั้นๆ ว่าเค้าทำอาไรเน้อ



3. น้ำมะพร้าว เวลาเสิร์ฟ ลักษณะ คือ มาทั้งลูก แล้วเสียบหลอด เมื่อทานหมด บัดนี้ ถูกนำมาตั้ง

รวมไว้ที่เดียวกัน ถูกผู้หญิงคนเดิม นำหลอดออก แล้วมารวมกันไว้ในตะกร้าหลอด วางตั้งไว้สักพัก มีผู้

ชายคนหนึ่งมาหยิบเอาลูกมะพร้าวไป โอ้.........พระเจ้าจอร์ช น่าสะอิดสะเอียนมาก เมื่อเห็นชายผู้

นั้น นำลูกมะพร้าวดังกล่าวมาเปิดฝา แล้วเทน้ำมะพร้าวที่บรรจุไว้ในขวดเข้าไป แล้วจัดแจงเสียบหลอด

ปิดฝา จิ้มด้วยกล้วยไม้ แล้วเดินหายลับตาไป คาดว่าน่าจะเอาไปเสิร์ฟผู้โชคร้ายสักคน (ทั้งๆ ที่เราก็

แงะเนื้อกินไปแล้ว 2-3 คำ)



ตะลึงค่ะ บอกได้คำเดียวว่าตะลึง ทั้งโต๊ะ อ้าปากค้างกันเป็นแถว หันกลับไปดู ผู้หญิงด้านล้างจานกัน

แบบไม่ได้นัดหมาย



4. จานอาหารที่ผ่านการรับประทานยังทยอยกันมาไม่ขาดสาย ผู้หญิงคนนั้นก็ยังขมักเขม้นกับการ

"แยก" วัตถุต่างๆ อย่างชำนาญ ไม่ว่าจะเป็น รังนกทอด ผักแต่งจาน ดอกกล้วยไม้ หลอด ลูกมะพร้าว

ลูกสัปปะรด ฯลฯ สิ่งต่างๆ ที่ยังดูไม่สึกหรอ เมื่อบางตะกร้าเริ่มมีจำนวนของมากพอสมควร ก็จัดแจงส่ง

เข้าครัว (ซึ่งตรงนั้นมันจะเป็นช่องๆ ไว้สำหรับผ่านสิ่งของกัน ระหว่างห้องครัวกับที่ล้างจาน)



ไม่ต้องเล่าต่อแล้วใช่มั้ยคะ ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่นึกไม่ฝันว่า จะเกิดการรักษ์โลก รีไซเคิลกันได้ถึงเพี

ยงนี้ สิ่งที่รับประทานไปเมื่อตะกี้ แทบจะออกมาทางเดิมเลยค่ะ ท่านผู้อ่านที่เคารพรัก



พวกเรามองกันอยู่นานนนนนมากกกกก จนผู้หญิงคนนั้นเค้าเริ่มจะรู้สึกตัว กิจที่ทำอยุ่เริ่มเป็นไปอย่าง

ตะกุกตะกัก แบบว่า ไม่ค่อยรื่นน่ะค่ะ ทำแบบเคอะเขิน จนเมื่อมีพนักงานเสิร์ฟเดินเอาจานมาวางไว้ให้

เค้าก็เริ่มกระซิบกระซาบกัน แล้วก็หันมามองพวกเรา จนพวกเรามีความเห็นตรงกันว่า.....ถอยดีกว่า

ไม่อาวดีก่า แล้วก็เช็คบิล รีบออกมาจากที่นั่นทันใด



ค่าอาหารมื้อนี้ ตกราวๆ 600 กว่า บาท จำตัวเลขที่แน่นอนไม่ได้ค่ะ ยังคุยกันเลยว่าค่อนข้างแพงถึง

แพงที่สุดกับการนำอาหาร "ขยะ" มาให้ทาน หนำซ้ำการคิดราคาค่าอาหาร ยังบวกแวต

(ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เข้าไปอีก 7 เปอร์เซ็นต์ ทำเหมือนเมืองนอกเลยค่ะ ระบบนี้ในเมืองไทยไม่ค่อยเห็น

นอกจากตามโรงแรมหรือภัตตาคารใหญ่ๆ ระดับอินเตอร์ ฯ



เดินกันออกมาจากร้าน ยังขนลุกอยู่ไม่หาย กับพฤติกรรมดังกล่าว พวกเราคิดกันว่า ไม่ใช่ตัวลูกจ้าง

หรอก ที่จะกล้าทำแบบนั้น ถ้าหากว่าเจ้าของร้าน ไม่สั่งให้ทำ ไม่รู้จะหากำไรอะไรกันขนาดนั้นคะ ใช้

วิธีสกปรกมากไปหรือเปล่า



เรื่องที่เราเจอนี้ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมานี้เองค่ะ ตอนแรกกะว่าจะเข้ามาเล่าให้ชาวพันธุ์

ทิพย์ฟังตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสสักที ได้แต่เล่าให้เพื่อนฝูงคนรู้จักกันฟัง ให้เค้าได้ไปเล่าต่อๆ กัน



อ้อ......วันนั้นกลับบ้านกันไป ตัวเรา ระหว่างทางกลับบ้าน ปวดท้องนิดหน่อย แบบมวนๆ แต่ไม่เป็น

ไรมาก เพราะปกติเป็นคนธาตุแข็ง ส่วนแม่แฟนเรา อายุ 60 แล้ว ท้องเสียทั้งคืนเลย แต่โชคดีที่ไม่เสีย

แบบหนักๆ และเพื่อนของแม่แฟน จากที่ได้โทรฯ สอบถามอาการกันแล้ว ก็มีท้องเสียบ้างเหมือนกัน 2-3

ครั้ง



ยังนึกเสียดายอยู่ว่าวันนั้นไม่ได้ถ่ายรูปไว้ จะได้มาโพสต์ให้เห็นกันจะๆ ไปเลย มีแต่กล้องจากโทรฯ มือ

ถือ ซึ่งไม่สามารถถ่ายเห็นในระยะนั้นได้ แต่คิดไปคิดมาอีกที ถ้ามีกล้องจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะกล้าถ่ายหรือ

เปล่า กลัวถูกอุ้มค่ะ



เมื่อประมาณเดือนที่แล้วนี่เอง หลังจากที่เราได้เล่าเรื่องนี้ให้แก๊งค์เพื่อนสนิทเราฟัง เราก็ได้มีโอกาสไป

เดินสวนฯ อีกครั้ง เราก็เลยบอกเพื่อนๆ ว่า จำได้มั้ย เรื่องที่เคยเล่าให้ฟัง เดี๋ยวเราจะพาไปดูสถาน

ที่จริง ก่อนไปถึง เราก็เตี๋ยมกับเพื่อนๆ ว่า อะไรอยู่ตรงไหน ให้สังเกตอะไรส่วนไหนบ้าง



วันนั้นไปกันทั้งหมด 4 คนค่ะ รวมตัวเราด้วย ก็ทำเป็นว่า เดินหลงกัน แล้วก็ไปหยุดรอกันตรงที่เกิดเหตุ

พอดี ก็สายตาใครสายตามันค่ะ กวาดบรรยากาศรอบๆ กันใหญ่ เราเห็นแล้วก็ยังอดขำไม่ได้ ทำหน้า

เหมือนคนหลงทางกันจริงๆ เลย เราเองก็ยืนอยู่แถวๆ นั้นด้วยเหมือนกัน ก็เห็นแบบเดิมๆ เลยค่ะ

เพื่อนๆ เห็นแล้วต่าง ก็อุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า "แหวะ"

โชคร้ายที่วันนั้น ยังไม่มีใครทานข้าวกันไปเลย แล้วก็เลยไม่กล้าทานข้าวนอกบ้านเลยค่ะวันนั้น ต้องหิ้ว

ท้องกลับมาทำทานกันที่บ้าน



เข้าเรื่องต่อค่ะ หลังจากที่หมดแผนทำเป็นหลงทาง หาเพื่อนไม่เจอแล้ว เราก็นัดกันว่า ให้เดินมาเรื่อยๆ

จนสุดร้าน ให้ไปจนถึงโซนที่เริ่มมีร้านขายของ ให้ไปรอกันแถวๆ นั้นนะ (ตรงแถวนั้น ร้านแรกจะเป็น

ร้านขายกระโปรงแนวแขกๆ ) ซึ่งเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งไปถึงก่อน ก็ยืนดูกระโปรงร้านนั้นอยู่ เมื่อเจอกัน

จนครบแก๊งค์ ก็เริ่มเม้าท์แตกกัน เจ้าของร้านเค้าก็ฟังอยู่ด้วย เค้าก็ถามขึ้นมาว่า

"มีอะไรกันเหรอคะ" เราก็เริ่มเม้าท์พฤติกรรมร้านโถพลูให้ฟัง ว่าอย่างโน้นอย่างนี้ พี่เค้าก็ทำ ปากจุ๊ๆ

แบบว่า ให้หยุดพูด ตอนแรกเราก็งงๆ เอ๊ะ ทำไมเหรอ พี่เค้าก็ชี้ไปที่ข้างๆ ร้าน ช่องถัดไป

อ้าว.......กลายเป็นส่วนจัดเตรียมน้ำของร้านโถพลูซะงั้น โห อะไรมันจะขยายสาขาได้มากมากก่าย

กอง



เราหันไปมอง เพื่อนๆ ก็มองตามกันไป มีคนอยู่ในนั้น 2 คน คนหนึ่งเป็นคนเดินเสริฟและเก็บแก้ว อีก

คนหนึ่งเป็นคนตระเตรียมเครื่องดื่มไว้คอยท่า (จากการสังเกตค่ะ) อีกแล้วครับท่าน ภาพที่เห็นนั้น มันน่า

ขยะแขยงอีกแล้ว ไม่นึกเลยว่าจะต้องมาเจอภาพเหตุการณ์แบบนี้อีก แก้วน้ำต่างๆ ที่ผ่านการดูดดื่มมา

แล้ว ถูกยกมาวาง หลอดถูกแยกออกไปรวมกันไว้ แน่นอนค่ะ นำกลับมาใช้ใหม่ แก้วน้ำที่ยังมีน้ำและ

น้ำแข็งค้างอยู่ ถูกเททิ้ง.....ไม่ล้างค่ะ นำน้ำแข็งชุดใหม่อัดใส่แก้วแล้วเสิร์ฟเลยทันทีทันใด



โอ้.....พระเจ้าจอร์ช มัน......อะไรดี เกินบรรยายค่ะ



หันไปมองหน้าเพื่อนๆ แล้วทำหน้าแหยๆ ใส่กัน หันไปมองหน้าพี่ขายกระโปรง พี่เค้าได้แต่ยิ้มๆ

" พี่ขา วันก่อนนู้นหนูก็มาทาน เจอยิ่งกว่านี้อีกค่ะ"



พี่ขายกระโปรง ยังเอาแต่ยิ้ม เรากะเพื่อนๆ "โห เลวว่ะ ทำงี้ได้งัย" "แหวะ" "แบบนี้มันต้องแจ้ง"

ฯลฯ



"พี่อยู่แถวนี้ก็คงพอเห็นบ้างใช่มั้ยคะพี่" เรายิงคำถาม พี่เค้าก็ได้แต่ยืนยิ้ม คงไม่กล้าพูดอะไรมาก

เพราะต้องขายของแถวนั้น หลังจากที่พวกเราเม้าท์กันอย่างดุเดือด และกำลังจะเดินจากไป



พี่เค้าก็พูดขึ้นมาว่า " เห็นกันจนชินแล้วน้อง คนขายของที่จตุจักรเค้าไม่กินกันหรอกร้านเนี้ย"

กึ๋ย....หยอง



คือเรื่องจริงนะคะ ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ไม่ได้กุเรื่องใดๆ ขึ้นมาทั้งสิ้น แล้วเราก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย

กับร้านนี้นะคะ ไม่ใช่พวกที่เข้ามาก่อกวนให้ร้านเค้าเสียหายค่ะ หากจะถามหาหลักฐาน ขอบอกว่า

"ไม่มี" ค่ะ

แต่ถ้าอยากจะเห็นกับตา ลองไปที่ร้านดูนะคะ